ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Thailand Convention & Exhibition Bureau (TCEB)

โครงสร้างพื้นฐานไทย เสริมบทบาทสู่ศูนย์กลางธุรกิจไมซ์แห่งภูมิภาค

ความสามารถในการแข่งขันของจุดหมายปลายทางด้านไมซ์ไม่ได้วัดจากจำนวนศูนย์ประชุม ห้องพัก หรือสถานที่ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่ความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ประเทศ การเชื่อมต่อระหว่างสนามบินกับสถานที่จัดงาน ระบบขนส่งมวลชน การเคลื่อนย้ายสินค้าและอุปกรณ์สำหรับงานแสดงสินค้า ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบการเดินทางที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน

ความสามารถในการแข่งขันของจุดหมายปลายทางด้านไมซ์ไม่ได้วัดจากจำนวนศูนย์ประชุม ห้องพัก หรือสถานที่ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่ความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ประเทศ การเชื่อมต่อระหว่างสนามบินกับสถานที่จัดงาน ระบบขนส่งมวลชน การเคลื่อนย้ายสินค้าและอุปกรณ์สำหรับงานแสดงสินค้า ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบการเดินทางที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน

องค์ประกอบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ตั้งแต่ผู้เข้าร่วมเดินทางมาถึงประเทศไทย และมีบทบาทโดยตรงต่อความพร้อมของเมืองในการรองรับงานระดับประเทศและนานาชาติ

สำหรับประเทศไทย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม EEC ดิจิทัล พลังงาน และยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ได้เพิ่มเฉพาะความสะดวกในการเดินทาง แต่ยังเชื่อมอุตสาหกรรมไมซ์เข้ากับเศรษฐกิจ การลงทุน อุตสาหกรรมเป้าหมาย และเครือข่ายธุรกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ

โครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นมากกว่าระบบที่อยู่เบื้องหลังการจัดงาน แต่เป็นหนึ่งในรากฐานที่ทำให้ประเทศไทยรองรับการพบปะทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การลงทุน และความร่วมมือระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม สู่เครือข่ายจุดหมายปลายทางไมซ์

ประเทศไทยมีการลงทุนด้านคมนาคมอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมถนน ระบบราง การขนส่งทางน้ำ และทางอากาศ โดยในปีงบประมาณ 2569 กระทรวงคมนาคมได้รับจัดสรรงบประมาณรวม 265,406 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นงบลงทุน 234,748 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ความสำคัญของการลงทุนเหล่านี้ต่ออุตสาหกรรมไมซ์ไม่ได้อยู่เพียงการลดระยะเวลาเดินทาง แต่ยังช่วยเชื่อมเมืองและภูมิภาคต่าง ๆ เข้ากับเครือข่ายการจัดงานของประเทศ

กรุงเทพฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญของงานประชุมและงานแสดงสินค้านานาชาติ ขณะที่เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ขอนแก่น นครราชสีมา และเมืองไมซ์ในภูมิภาคต่าง ๆ มีจุดแข็งและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน การเชื่อมต่อทางถนน ระบบราง และทางอากาศ ทำให้เมืองเหล่านี้สามารถทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายจุดหมายปลายทางได้มากขึ้น

งานประชุมสามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรมศึกษาดูงานในอีกจังหวัด การเดินทางเพื่อเป็นรางวัลสามารถผสานหลายจุดหมายปลายทางเข้าด้วยกัน ขณะที่งานด้านอุตสาหกรรมสามารถเชื่อมสถานที่จัดงานกับฐานการผลิต นิคมอุตสาหกรรม ศูนย์วิจัย หรือพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญได้ภายในโปรแกรมเดียว

ประเทศไทยจึงไม่ได้มีเพียงหลายเมืองที่มีศักยภาพจัดงานระดับนานาชาติ แต่มีเครือข่ายจุดหมายปลายทางไมซ์ที่เชื่อมโยงกันด้วยระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

Article image 1

สนามบินคือส่วนหนึ่งของความพร้อมของจุดหมายปลายทาง

สำหรับงานไมซ์ระดับนานาชาติ สนามบินเป็นมากกว่าประตูเข้าสู่ประเทศ เพราะความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน ผู้โดยสาร และการเดินทางต่อเข้าสู่เมือง มีผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมและการบริหารจัดการงาน

ประเทศไทยมีทั้งท่าอากาศยานหลักที่รองรับการเดินทางระหว่างประเทศและเครือข่ายท่าอากาศยานในภูมิภาค โดยในปี 2569 รัฐบาลยังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานภูมิภาค 28 แห่ง เพื่อสนับสนุนการเดินทาง เศรษฐกิจ และการลงทุนในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ

โครงข่ายดังกล่าวช่วยเพิ่มทางเลือกในการออกแบบงานและการเดินทาง ผู้จัดงานสามารถเลือกเมืองให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เนื้อหา และประสบการณ์ที่ต้องการสร้างให้ผู้เข้าร่วม แทนการพิจารณาเฉพาะขนาดของศูนย์ประชุมหรือจำนวนห้องพัก

สำหรับตลาดไมซ์ นี่คือความพร้อมที่ทำให้ประเทศไทยสามารถนำเสนอจุดหมายปลายทางได้หลายรูปแบบภายใต้ประเทศเดียวกัน

Article image 2

EEC เมื่อโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมงานไมซ์กับอุตสาหกรรม

เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโครงสร้างพื้นฐานสามารถเชื่อมการจัดงานเข้ากับฐานเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมได้โดยตรง

โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ EEC ครอบคลุมรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ตลอดจนท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งเชื่อมระบบการเดินทางและโลจิสติกส์ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศเข้ากับพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินได้รับการออกแบบให้เชื่อมดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา พร้อมเชื่อมกรุงเทพฯ กับพื้นที่ EEC โดยข้อมูลของ EECO ระบุแผนออก Notice to Proceed ในปี 2569 และกำหนดเปิดให้บริการทั้งระบบในปี 2574

ขณะเดียวกัน โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 เดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง โดยแผนปัจจุบันกำหนดให้ท่าเทียบเรือ F1 เปิดดำเนินการในปี 2570

สำหรับงานไมซ์ โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ทำให้ภาคตะวันออกมีจุดแข็งมากกว่าการเดินทางที่สะดวก งานด้านยานยนต์สามารถเชื่อมต่อกับฐานการผลิตและการศึกษาดูงานด้านอุตสาหกรรม งานด้านโลจิสติกส์เชื่อมกับท่าเรือและระบบขนส่ง งานด้านเทคโนโลยีเชื่อมกับนิคมอุตสาหกรรมและระบบนิเวศด้านนวัตกรรม ขณะที่ Business Matching, Factory Visit และ Site Inspection สามารถเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมธุรกิจเดียวกัน

ความร่วมมือระหว่าง EECO และ TCEB ในปี 2569 ยังนำอุตสาหกรรมไมซ์มาใช้เป็นเครื่องมือเชื่อมการลงทุน อุตสาหกรรมเป้าหมาย ผู้ประกอบการ ชุมชน และเครือข่ายธุรกิจในพื้นที่ EEC เข้าด้วยกัน

EEC จึงเป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐาน ฐานอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมไมซ์เชื่อมโยงและขับเคลื่อนไปด้วยกันในระบบเศรษฐกิจเดียวกัน เปลี่ยนพื้นที่จัดงานให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือระดับนานาชาติ

Article image 3

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เชื่อมประเทศไทยกับเศรษฐกิจยุคใหม่

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่มีบทบาทมากขึ้นต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศคือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ประเทศไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน 1,299 โครงการ มูลค่ารวม 1,473,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมดิจิทัลมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมสูงถึง 1,115,260 ล้านบาท จาก 90 โครงการ ครอบคลุมการลงทุนด้าน Data Center, Data Hosting, Cloud Services และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI

ตัวเลขดังกล่าวเป็น “มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน” จึงแตกต่างจากมูลค่าการลงทุนที่ดำเนินการแล้ว แต่สะท้อนทิศทางของกิจกรรมการลงทุนที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทย

การเติบโตของระบบนิเวศด้าน Data Center, Cloud, AI, อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทำให้ประเทศไทยมีทั้งองค์ความรู้ บุคลากร นักลงทุน ซัพพลายเออร์ และเครือข่ายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอยู่ในประเทศมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น การเปิด AWS Region ในประเทศไทย พร้อมแผนลงทุนมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่เพียงเพิ่มขีดความสามารถด้าน Cloud Infrastructure แต่ยังช่วยขยาย ecosystem ที่เชื่อมโยงตั้งแต่นักพัฒนา ผู้ประกอบการดิจิทัล ไปจนถึงบุคลากรและธุรกิจที่ให้บริการเทคโนโลยีขั้นสูง

Google ยังประกาศลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36,000 ล้านบาท เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย ครอบคลุม Data Center ในจังหวัดชลบุรีและ Cloud Region ในกรุงเทพฯ โดยเชื่อมโยงการลงทุนเข้ากับการพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ของไทยด้วย

สำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ ระบบนิเวศเหล่านี้คือฐานเนื้อหาสำหรับงานประชุม งานแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในสาขา AI, Cloud Computing, Cybersecurity, Semiconductor, Data Infrastructure และ Digital Economy

ประเทศไทยจึงไม่ได้มีเพียงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ช่วยรองรับการจัดงาน แต่ยังมีระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ทำให้เนื้อหาของงานเชื่อมต่อกับกิจกรรมทางธุรกิจและการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง

จาก Digital Infrastructure สู่ Data-Driven MICE

การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในระดับเศรษฐกิจของประเทศ แต่เกิดขึ้นภายในอุตสาหกรรมไมซ์ด้วย

ทิศทางของ TCEB ในปี 2569 ให้ความสำคัญกับ Data, Intelligence และ Innovation ในฐานะเครื่องมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ การตลาด และขีดความสามารถของจุดหมายปลายทาง ภายใต้ยุทธศาสตร์ TCEB Go และวิสัยทัศน์ Global–Asia’s Trusted Gateway

หนึ่งในเครื่องมือที่สะท้อนแนวทางดังกล่าวคือ JerGan แพลตฟอร์มดิจิทัลของ TCEB ที่เชื่อมนักเดินทางไมซ์เข้ากับระบบนิเวศไมซ์ ครอบคลุมสถานที่จัดงาน ร้านอาหาร ชุมชน บริการการเดินทาง และบริการที่เกี่ยวข้อง พร้อมพัฒนา MICE Behavioral Data Infrastructure เพื่อนำข้อมูลพฤติกรรมมาใช้สนับสนุนการวางแผนและการตลาดที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

แนวทาง Data-Driven MICE ทำให้ข้อมูลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประสบการณ์ของผู้เข้าร่วม การเชื่อมต่อผู้ประกอบการกับนักเดินทางไมซ์ และการทำความเข้าใจพฤติกรรมของตลาด

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศและการพัฒนาระบบข้อมูลของอุตสาหกรรมไมซ์จึงทำงานในทิศทางเดียวกัน คือทำให้คน ธุรกิจ บริการ และข้อมูลเชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว รองรับทิศทางงานไมซ์ที่ให้ความสำคัญกับ ESG

ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเฉพาะความเร็ว ความจุ หรือความสะดวก แต่ครอบคลุมประสิทธิภาพด้านพลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอน และความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย

รายงานของ OECD ที่เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน 2569 อ้างอิงการประเมินของธนาคารโลกว่า ประเทศไทยต้องการการลงทุนด้านพลังงาน การขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานภาคอุตสาหกรรม สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวประมาณ 260 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2568 ถึง 2583

ในภาคการขนส่ง ประเทศไทยเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ตัวอย่างหนึ่งคือโครงการรถโดยสารไฟฟ้า 1,520 คันขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ

การขยายตัวของระบบขนส่งสาธารณะไฟฟ้า ยานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพิ่มทางเลือกให้ผู้จัดงานนำหลักความยั่งยืนมาเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเดินทาง ตั้งแต่รถรับส่งผู้เข้าร่วม การเดินทางระหว่างสถานที่ ไปจนถึงการออกแบบโปรแกรมนอกสถานที่

การเดินทางจึงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบด้านโลจิสติกส์ของงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Sustainable Event Design และแนวทาง ESG ของอุตสาหกรรมไมซ์

Article image 4

เครดิต: https://www.egat.co.th/

โครงสร้างพื้นฐานช่วยกระจายโอกาสสู่เมืองและภูมิภาค

ผลลัพธ์สำคัญอีกด้านของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คือการเชื่อมเมืองต่าง ๆ เข้าสู่ตลาดไมซ์

เมื่อสนามบิน ถนน ระบบราง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และบริการด้านการเดินทางครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น เมืองต่าง ๆ สามารถนำจุดแข็งของตนเองมาเชื่อมกับงานประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล งานแสดงสินค้า การศึกษาดูงาน และกิจกรรมทางธุรกิจได้หลากหลายขึ้น

ผลประโยชน์จึงไม่ได้อยู่เฉพาะกับสถานที่จัดงานหรือโรงแรม แต่กระจายไปตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมไมซ์ ทั้งผู้จัดงานมืออาชีพ ผู้ให้บริการด้านโปรดักชัน ผู้ให้บริการขนส่ง ร้านอาหาร ผู้ประกอบการกิจกรรม ผู้ผลิตสินค้าในท้องถิ่น ชุมชน และบุคลากรในพื้นที่

ในมุมนี้ โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เพียง “พาคนไปถึงงาน” แต่ทำหน้าที่เชื่อมงาน ผู้เดินทาง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเข้าสู่เมืองและภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ

เมื่อการลงทุนสร้างอุตสาหกรรมใหม่ อุตสาหกรรมไมซ์เชื่อมต่อกับตลาดใหม่

โครงสร้างพื้นฐานยังทำหน้าที่สนับสนุนการลงทุนและการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย

เมื่อกิจกรรมการลงทุนด้าน AI, Data Center, อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงาน โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมขั้นสูงขยายตัว ประเทศไทยมีผู้บริหาร วิศวกร นักลงทุน ซัพพลายเออร์ สมาคมวิชาชีพ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

เครือข่ายเหล่านี้เป็นฐานสำคัญของงานประชุม งานแสดงสินค้า Business Matching, Corporate Meeting, Technical Visit และกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

อุตสาหกรรมไมซ์จึงเชื่อมกิจกรรมการลงทุนเข้ากับการพบปะทางธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และเครือข่ายอุตสาหกรรมได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างความร่วมมือ และพัฒนาโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุน และอุตสาหกรรมไมซ์จึงเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเดียวกัน

จาก Infrastructure Hub สู่ Global–Asia’s Trusted Gateway

ทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ TCEB ที่วางตำแหน่งประเทศไทยเป็น “Global–Asia’s Trusted Gateway” หรือ “ประตูสู่เอเชียที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ” โดยมุ่งให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสร้าง High Impact ต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าและยั่งยืน

ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมผู้เดินทางเข้าสู่เมือง เชื่อมเมืองเข้าหากัน เชื่อมพื้นที่จัดงานกับฐานอุตสาหกรรม เชื่อมการลงทุนเข้ากับผู้ประกอบการ และเชื่อมข้อมูล เทคโนโลยี และบริการเข้าสู่ระบบนิเวศไมซ์

ถนน ระบบราง สนามบิน ท่าเรือ EEC โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงาน และระบบขนส่งที่มุ่งสู่ความยั่งยืน จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการพัฒนาประเทศที่ดำเนินไปควบคู่กับอุตสาหกรรมไมซ์ แต่เป็นรากฐานที่สนับสนุนขีดความสามารถของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการพบปะและการดำเนินธุรกิจระดับนานาชาติ

เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้เชื่อมต่อกัน ประเทศไทยไม่ได้มีเพียงความพร้อมในการรองรับผู้เข้าร่วมงาน แต่มีระบบที่เชื่อมคน ธุรกิจ อุตสาหกรรม เทคโนโลยี การลงทุน และเมืองเข้าด้วยกัน

นี่คือจุดแข็งของโครงสร้างพื้นฐานไทยในการเสริมบทบาทประเทศสู่ศูนย์กลางธุรกิจไมซ์ของภูมิภาค และเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไทยในฐานะ Global–Asia’s Trusted Gateway

Subscribe to TCEB
updates and stay informed about events, activities, and key announcements
* indicates required
or