Thailand Convention & Exhibition Bureau (TCEB)

City Data Intelligence เมื่อข้อมูลเมืองกลายเป็นข้อได้เปรียบใหม่ของเมืองไมซ์ไทย

ทำความเข้าใจแนวคิด City Data Intelligence เมื่อข้อมูลเมืองไม่ใช่แค่ตัวเลขในรายงาน แต่กลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยให้เมืองไมซ์ไทยวางแผน ตัดสินใจ และแข่งขันได้แม่นยำยิ่งขึ้น

เมื่อข้อมูลเมืองกลายเป็นข้อได้เปรียบใหม่ของเมืองไมซ์ไทย

ในยุคที่การแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ไม่ได้วัดกันเพียงขนาดของสถานที่จัดงาน จำนวนห้องประชุม หรือความพร้อมของโรงแรมเท่านั้น เมืองที่สามารถใช้ “ข้อมูล” เพื่อวางแผน ตัดสินใจ และออกแบบประสบการณ์ได้แม่นยำกว่า ย่อมมีโอกาสสร้างความได้เปรียบมากกว่าเมืองที่พึ่งพาเพียงประสบการณ์เดิมหรือข้อมูลย้อนหลังแบบกระจัดกระจาย

แนวคิด City Data Intelligence จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการพัฒนาเมืองไมซ์ เพราะข้อมูลเมืองไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในรายงานอีกต่อไป แต่สามารถกลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยให้เมืองเข้าใจศักยภาพของตนเอง เข้าใจความต้องการของผู้จัดงาน เข้าใจพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมงาน และมองเห็นโอกาสใหม่ในการดึงงานประชุม นิทรรศการ เทศกาล และอีเวนต์ระดับนานาชาติ

สำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้สอดคล้องกับทิศทางของ TCEB ที่กำลังผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่ยุค Data & Innovation-Driven MICE Industry โดยสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล และนวัตกรรมในกระบวนการจัดงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับประสบการณ์ และสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระดับสากล

Article image 1

City Data Intelligence คืออะไร

City Data Intelligence คือแนวคิดในการนำข้อมูลของเมืองและข้อมูลด้านอุตสาหกรรมไมซ์มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อช่วยให้เมืองสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายและเชิงธุรกิจได้แม่นยำขึ้น

กล่าวให้ง่ายขึ้น City Data Intelligence ไม่ใช่เพียงการมี dashboard หรือระบบเก็บข้อมูลเท่านั้น แต่คือความสามารถของเมืองในการเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็น “ความเข้าใจ” และเปลี่ยนความเข้าใจนั้นให้กลายเป็น “การตัดสินใจที่ดีขึ้น”

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจครอบคลุมหลายมิติ เช่น จำนวนงานไมซ์และประเภทงานที่เกิดขึ้นในเมือง ข้อมูลผู้เข้าร่วมงาน พฤติกรรมการใช้จ่าย สถานที่จัดงาน โรงแรม การเดินทาง ระบบขนส่ง เศรษฐกิจเมือง อุตสาหกรรมเป้าหมาย สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน ความปลอดภัย ความเสี่ยง และความพึงพอใจของผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วมงาน และชุมชน

เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน เมืองจะไม่ได้รู้เพียงว่า “มีงานเกิดขึ้นกี่งาน” แต่จะเริ่มตอบคำถามที่ลึกขึ้นได้ เช่น เมืองควรดึงงานประเภทใดเข้ามา ตลาดใดมีศักยภาพสูง ช่วงเวลาใดเหมาะกับการจัดงาน เมืองมีข้อจำกัดด้านใด และการจัดงานไมซ์สามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร

ทำไมข้อมูลจึงสำคัญต่อเมืองไมซ์ยุคใหม่

เมืองไมซ์ในอดีตอาจแข่งขันกันด้วยความพร้อมของสถานที่จัดงาน โรงแรม หรือการเดินทางเป็นหลัก แต่เมืองไมซ์ยุคใหม่ต้องแข่งขันด้วย “ระบบนิเวศของเมือง” ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร ความปลอดภัย ความยั่งยืน ภาพลักษณ์เมือง และความสามารถในการตอบโจทย์ของผู้จัดงาน

ข้อมูลจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เมืองมองเห็นภาพรวมเหล่านี้ได้ชัดขึ้น หากเมืองมีข้อมูลที่ดี เมืองจะสามารถประเมินได้ว่าจุดแข็งของตนเองคืออะไร ควรดึงงานจากอุตสาหกรรมใด ควรพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานส่วนไหน และควรออกแบบ city package อย่างไรให้ตอบโจทย์ผู้จัดงานได้มากขึ้น

ในทางกลับกัน หากเมืองไม่มีระบบข้อมูล เมืองอาจตัดสินใจจากความรู้สึกหรือข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ทำให้การลงทุน การตลาด และการพัฒนาเมืองไม่สอดคล้องกับความต้องการจริงของตลาดไมซ์

นี่คือเหตุผลที่ City Data Intelligence ควรถูกมองเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเมืองไมซ์ ไม่ต่างจากถนน สนามบิน ศูนย์ประชุม หรือโรงแรม เพราะข้อมูลคือสิ่งที่ช่วยให้เมือง “คิดเป็นระบบ” และ “แข่งขันได้อย่างมีทิศทาง”

Article image 2

จาก MICE Data Platform สู่ City Data Intelligence

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการขับเคลื่อนไมซ์ด้วยข้อมูลคือ MICE Data Platform ซึ่งเป็นระบบข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ ครอบคลุมข้อมูลจำนวนงาน รายได้ ผู้เข้าร่วม พฤติกรรมผู้เข้าร่วม ศักยภาพการจัดประชุมนานาชาติ ข้อมูลงานแสดงสินค้า และปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค พร้อมเครื่องมืออย่าง dashboard, insight report และ data catalog สำหรับใช้ประกอบการวิเคราะห์

ในเชิงยุทธศาสตร์ MICE Data Platform ช่วยให้การมองอุตสาหกรรมไมซ์เปลี่ยนจากการรายงานผลย้อนหลัง ไปสู่การใช้ข้อมูลเพื่อวางแผนล่วงหน้า เช่น การประเมินตลาดเป้าหมาย การออกแบบแคมเปญส่งเสริมเมือง การสนับสนุนผู้ประกอบการ และการพัฒนาประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมงาน

หากมองแบบเป็นลำดับ MICE Data Platform คือฐานข้อมูลสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ ส่วน City Data Intelligence คือการนำข้อมูลเหล่านั้นไปเชื่อมกับข้อมูลของเมือง เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่ดีขึ้นในระดับพื้นที่

ตัวอย่างเช่น เมืองหนึ่งอาจมีข้อมูลว่าในแต่ละปีมีงานประชุมจำนวนเท่าใด มีผู้เข้าร่วมจากกลุ่มใด และสร้างรายได้มากน้อยเพียงใด แต่เมื่อเชื่อมกับข้อมูลเมือง เช่น การเดินทาง โรงแรม พื้นที่จัดงาน ความหนาแน่นของเมือง หรือศักยภาพของผู้ประกอบการท้องถิ่น เมืองจะสามารถวิเคราะห์ได้ลึกขึ้นว่า งานประเภทใดเหมาะกับศักยภาพของเมือง เมืองควรพัฒนา venue หรือบริการใดเพิ่มเติม และควรออกแบบมาตรการสนับสนุนผู้จัดงานแบบใด

City Data Platform กับรากฐานของเมืองอัจฉริยะ

แนวคิด City Data Intelligence ยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City โดยตรง เพราะข้อมูลเมืองสามารถช่วยให้ผู้บริหารเมืองใช้ข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบาย นักพัฒนาออกแบบระบบเทคนิคได้เหมาะสม และประชาชนเข้าใจบทบาทของข้อมูลต่อการพัฒนาเมืองมากขึ้น

เมื่อแนวคิดนี้ถูกนำมาใช้กับอุตสาหกรรมไมซ์ เมืองไมซ์จะไม่ได้มองข้อมูลเฉพาะในมิติของการจัดงาน แต่จะมองข้อมูลในฐานะเครื่องมือบริหารเมือง เช่น การวางแผนการเดินทาง การบริหารความหนาแน่น การจัดการพื้นที่ การใช้พลังงาน การจัดการขยะ และการออกแบบบริการสาธารณะที่รองรับผู้เข้าร่วมงานและประชาชนในพื้นที่ไปพร้อมกัน

กล่าวอีกแบบหนึ่ง City Data Platform คือรากฐานของระบบข้อมูลเมือง ส่วน City Data Intelligence คือชั้นการวิเคราะห์และการตัดสินใจที่ทำให้ข้อมูลเหล่านั้นถูกใช้ให้เกิดผลลัพธ์จริง

Article image 3

เมืองไมซ์ควรใช้ข้อมูลอะไรบ้าง

เพื่อให้ City Data Intelligence อ่านง่ายและนำไปใช้ได้จริง เมืองไมซ์อาจจัดกลุ่มข้อมูลออกเป็น 6 ด้านหลัก

1. ข้อมูลอุปสงค์ของตลาดไมซ์

ข้อมูลนี้ช่วยให้เมืองเข้าใจว่า มีงานประเภทใดเกิดขึ้นในพื้นที่ กลุ่มผู้เข้าร่วมเป็นใคร เดินทางมาจากประเทศใด มีพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างไร และตลาดใดมีแนวโน้มเติบโต

2. ข้อมูลอุปทานของเมือง

ครอบคลุมข้อมูลสถานที่จัดงาน โรงแรม ห้องประชุม ผู้ให้บริการ ระบบขนส่ง บุคลากร และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินว่าเมืองพร้อมรองรับงานประเภทใดและขนาดใด

3. ข้อมูลการเดินทางและการเคลื่อนที่

ข้อมูลด้านสนามบิน ถนน รถไฟ ระบบขนส่งสาธารณะ และการเดินทางภายในเมือง ช่วยให้เมืองวางแผนเส้นทาง การรับส่ง และการจัดการความหนาแน่นของผู้เข้าร่วมงานได้ดีขึ้น

4. ข้อมูลเศรษฐกิจและการใช้จ่าย

ข้อมูลนี้ช่วยให้เมืองประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการจัดงาน เช่น รายได้ที่เกิดขึ้นกับโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจท้องถิ่น การจ้างงาน และภาษีที่เกี่ยวข้อง

5. ข้อมูลด้านความยั่งยืน

ครอบคลุมข้อมูลพลังงาน น้ำ ขยะ การปล่อยคาร์บอน และผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืน เพื่อช่วยให้เมืองไมซ์พัฒนาไปในทิศทาง ESG และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดสากล

6. ข้อมูลด้านสังคมและชุมชน

ข้อมูลนี้ช่วยให้เมืองประเมินว่า งานไมซ์สร้างประโยชน์ต่อชุมชนอย่างไร กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นมากน้อยเพียงใด และประชาชนมีส่วนร่วมกับการพัฒนาเมืองไมซ์ในระดับใด

เมื่อข้อมูลทั้ง 6 ด้านนี้เชื่อมโยงกัน เมืองจะสามารถวางกลยุทธ์ได้แม่นยำขึ้น ตั้งแต่การเลือกกลุ่มงานเป้าหมาย การออกแบบประสบการณ์ ไปจนถึงการประเมินผลลัพธ์หลังจบงาน

ตัวอย่างการใช้ City Data Intelligence ในการพัฒนาเมืองไมซ์

City Data Intelligence สามารถนำไปใช้ได้หลายระดับ ตั้งแต่การวางแผนเมือง การตลาด การประมูลสิทธิ์งาน การบริหารงานจริง ไปจนถึงการประเมินผลหลังจบงาน

ในระดับการวางแผน เมืองสามารถใช้ข้อมูลเพื่อประเมินว่าควรพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใดก่อน เช่น เพิ่มพื้นที่จัดงาน ปรับปรุงระบบขนส่ง หรือพัฒนาบุคลากรด้าน hospitality และ event service

ในระดับการตลาด เมืองสามารถใช้ข้อมูลเพื่อสร้าง city profile ที่ชัดเจน เช่น เมืองนี้เหมาะกับงานด้าน wellness เมืองนี้เหมาะกับงาน smart agriculture หรือเมืองนี้เหมาะกับงาน creative economy แทนการสื่อสารแบบกว้าง ๆ ว่า “เมืองพร้อมจัดงาน”

ในระดับการประมูลสิทธิ์งาน เมืองสามารถใช้ข้อมูลเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือของ proposal เช่น แสดงข้อมูลจำนวนโรงแรม เส้นทางเดินทาง ความพร้อมของ supplier ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์ได้ และแนวทางด้านความยั่งยืน

ในระดับการจัดงาน เมืองสามารถใช้ข้อมูลเพื่อบริหาร crowd, transport, safety, waste และ visitor experience ได้แบบมีหลักฐานรองรับ ส่วนในระดับหลังจบงาน เมืองสามารถใช้ข้อมูลเพื่อวัดผลว่างานนั้นสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากเพียงใด กระจายรายได้สู่ธุรกิจท้องถิ่นอย่างไร และช่วยยกระดับภาพลักษณ์เมืองในระยะยาวหรือไม่

Article image 4

ข้อมูลที่ดีต้องมาคู่กับธรรมาภิบาล

แม้ข้อมูลจะมีศักยภาพสูง แต่ City Data Intelligence จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนไม่ได้หากเมืองไม่มีระบบกำกับดูแลข้อมูลที่ชัดเจน

เมืองควรมีมาตรฐานข้อมูลร่วมกัน รู้ว่าใครเป็นเจ้าของข้อมูล ใครมีสิทธิ์ใช้ข้อมูล ข้อมูลใดเปิดเผยได้ ข้อมูลใดต้องปกป้อง และข้อมูลใดเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวของประชาชนหรือผู้เข้าร่วมงาน

ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะข้อมูลเมืองเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้จัดงาน ผู้ประกอบการ ชุมชน และประชาชน การใช้ข้อมูลจึงต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าข้อมูลถูกใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาเมือง ไม่ใช่เพื่อสร้างความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวหรือความปลอดภัย

ความท้าทายของ City Data Intelligence

แม้แนวคิด City Data Intelligence จะมีศักยภาพสูง แต่การนำไปใช้จริงยังมีความท้าทายหลายประการ

ความท้าทายแรกคือข้อมูลจำนวนมากยังอยู่แยกกันระหว่างหน่วยงาน เช่น ข้อมูลท่องเที่ยวอยู่หน่วยงานหนึ่ง ข้อมูลขนส่งอยู่อีกหน่วยงานหนึ่ง ข้อมูลโรงแรมและสถานที่จัดงานอยู่กับภาคเอกชน ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจหรือสิ่งแวดล้อมอยู่กับหน่วยงานท้องถิ่น

ความท้าทายที่สองคือเมืองอาจมี dashboard แต่ยังไม่มีคนที่สามารถแปลข้อมูลให้กลายเป็นนโยบายหรือแผนปฏิบัติได้จริง

ความท้าทายที่สามคือข้อมูลบางส่วนยังไม่ถูกออกแบบให้ใช้ร่วมกันได้ เช่น นิยามไม่ตรงกัน รูปแบบข้อมูลไม่เหมือนกัน หรือไม่มีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ

ดังนั้น เมืองไมซ์ที่ต้องการพัฒนา City Data Intelligence จึงควรลงทุนทั้งในด้านเทคโนโลยี มาตรฐานข้อมูล บุคลากร และธรรมาภิบาลไปพร้อมกัน

บทบาทของ TCEB ในฐานะผู้เชื่อมข้อมูล เมือง และอุตสาหกรรม

City Data Intelligence เปิดโอกาสให้ TCEB วางบทบาทได้มากกว่าการเป็นหน่วยงานส่งเสริมการจัดงาน แต่สามารถเป็นผู้เชื่อมโยงข้อมูล ความรู้เมือง และผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน

ในมุมนี้ TCEB สามารถทำหน้าที่ได้ 3 ระดับ ได้แก่ platform owner หรือผู้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของอุตสาหกรรมไมซ์, knowledge broker หรือผู้แปลข้อมูลให้เมืองและผู้ประกอบการเข้าใจง่าย ใช้งานได้จริง และนำไปต่อยอดเชิงกลยุทธ์ได้ และ strategic enabler หรือผู้ช่วยให้เมืองใช้ข้อมูลในการยกระดับความพร้อม ดึงงานคุณภาพสูง และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนอย่างวัดผลได้

City Data Intelligence คือก้าวต่อไปของเมืองไมซ์ไทย

City Data Intelligence คือก้าวต่อไปของการพัฒนาเมืองไมซ์ เพราะทำให้เมืองไม่ได้มองไมซ์เป็นเพียงกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่มองไมซ์เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง

เมืองที่ใช้ข้อมูลเป็น จะสามารถเลือกโอกาสได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงได้มากขึ้น ออกแบบประสบการณ์ได้ตรงจุดขึ้น และพิสูจน์ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนได้ชัดเจนขึ้น

ในอนาคต เมืองไมซ์ที่แข่งขันได้อาจไม่ใช่เมืองที่มีข้อมูลมากที่สุด แต่คือเมืองที่สามารถแปลงข้อมูลให้กลายเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด

และนี่คือเหตุผลที่ City Data Intelligence ควรถูกมองเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของเมืองไมซ์ไทยยุคใหม่

Subscribe to TCEB
updates and stay informed about events, activities, and key announcements
* indicates required
or