ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Thailand Convention & Exhibition Bureau (TCEB)

เชียงใหม่พร้อมยกระดับบทบาทสู่ “Global MICE City”

เชียงใหม่เป็นหนึ่งในเมืองไมซ์สำคัญของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยองค์ประกอบที่โดดเด่นซึ่งอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งวัฒนธรรมล้านนา ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยและแหล่งองค์ความรู้ ธุรกิจสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เทคโนโลยี ตลอดจนสถานที่ประชุม โรงแรม และประสบการณ์ที่รองรับผู้เดินทางจากหลากหลายประเทศ

เชียงใหม่เป็นหนึ่งในเมืองไมซ์สำคัญของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยองค์ประกอบที่โดดเด่นซึ่งอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งวัฒนธรรมล้านนา ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยและแหล่งองค์ความรู้ ธุรกิจสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เทคโนโลยี ตลอดจนสถานที่ประชุม โรงแรม และประสบการณ์ที่รองรับผู้เดินทางจากหลากหลายประเทศ

สิ่งที่ทำให้เชียงใหม่มีความแตกต่างในตลาดไมซ์ไม่ได้อยู่เพียงจำนวนห้องประชุม โรงแรม หรือแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังอยู่ที่อัตลักษณ์ของเมืองที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ ผู้คน และเศรษฐกิจยุคใหม่เข้าด้วยกัน

จุดแข็งดังกล่าวสะท้อนผ่านสององค์ประกอบสำคัญ คือ “Creative Lanna” ที่นำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาล้านนามาต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ร่วมสมัย และระบบนิเวศของ “Digital Nomad Hub” ที่เชื่อมเชียงใหม่เข้ากับนักพัฒนา นักออกแบบ ครีเอเตอร์ สตาร์ตอัป ผู้ประกอบการเทคโนโลยี และคนทำงานจากหลากหลายประเทศ

Creative Lanna ทำให้เชียงใหม่มีรากและตัวตนที่แตกต่าง ขณะที่ Digital Nomad Hub เชื่อมเมืองกับผู้คน องค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายระดับนานาชาติ เมื่อผสานกับโครงสร้างพื้นฐานด้านไมซ์ ข้อมูล เทคโนโลยี และแนวคิดด้านความยั่งยืน องค์ประกอบเหล่านี้จึงเป็นจุดแข็งสำคัญในการขับเคลื่อนบทบาทของเชียงใหม่สู่ Global MICE City

Article image 1

ปี 2570: จากการรับรองสถานะ สู่การยกระดับมาตรฐานเมืองไมซ์

เชียงใหม่กำลังเข้าสู่การประเมิน MICE City ประจำปีงบประมาณ 2570 หลังครบรอบการรับรองซึ่งมีอายุ 5 ปี โดยการประเมินครอบคลุม 8 ด้านยุทธศาสตร์ 32 ตัวชี้วัด ตั้งแต่การเข้าสู่เมืองและสถานที่จัดงาน การสนับสนุนจากเมือง ที่พักและสถานที่มาตรฐานสากล ความปลอดภัยและชื่อเสียงของเมือง ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยงและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การประเมินครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการต่ออายุสถานะ เพราะเป็นกระบวนการที่ช่วยให้เมืองมองเห็นความพร้อมของระบบไมซ์ในภาพรวม ทั้งการเดินทางเข้าสู่เมือง การเชื่อมโยงข้อมูล คุณภาพของสถานที่และบริการ การบริหารความเสี่ยง ความยั่งยืน ตลอดจนการกระจายประโยชน์จากอุตสาหกรรมไมซ์ไปสู่ธุรกิจและชุมชนในพื้นที่

จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดตั้งคณะทำงาน 7 ชุด เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และจัดทำข้อมูลการประเมินตนเองผ่านระบบดิจิทัล พร้อมวางเป้าหมายระยะยาวสู่ Global Benchmarking และการเป็น Global Association Hub ภายในปี 2036

เชียงใหม่ยังได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ MICE City Summit 2027 ซึ่งเป็นอีกเวทีสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของเมืองไมซ์ภาคเหนือ และเชื่อมเครือข่ายการพัฒนาเมืองกับภาครัฐ ภาคเอกชน และอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การประเมินในปี 2570 จึงเป็นอีกกลไกที่ช่วยยกระดับมาตรฐานของเชียงใหม่บนพื้นฐานของจุดแข็งที่เมืองมีอยู่แล้ว และทำให้บทบาทในตลาดไมซ์ระดับนานาชาติมีความชัดเจนยิ่งขึ้น

Article image 2

เมื่อ MarTech และ Data เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานเมืองไมซ์

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สะท้อนทิศทางของเชียงใหม่คือการนำ Marketing Technology หรือ MarTech เข้ามาเชื่อมกับการพัฒนาเมืองไมซ์

Global MarTech Integration Day 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่เชียงใหม่ระหว่างวันที่ 3–5 สิงหาคม 2569 เป็นเวทีที่เชื่อมเทคโนโลยีการตลาด ปัญญาประดิษฐ์ ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมไมซ์ ผ่าน Conference, Networking, Business Matching และการพัฒนา MarTech Solution โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่ Global MICE City

บทบาทของเทคโนโลยีในบริบทนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการประชาสัมพันธ์หรือการสื่อสารงาน แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เมืองเข้าใจตลาดและผู้เข้าร่วมได้ละเอียดขึ้น ข้อมูลช่วยให้ผู้จัดงานและเมืองมองเห็นพฤติกรรม ความสนใจ และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ขณะที่ระบบ CRM และ Customer Data Platform ช่วยเชื่อมการสื่อสารระหว่างผู้จัดงาน ผู้ประกอบการ และผู้เดินทาง ส่วน AI และเครื่องมือด้านการตลาดช่วยให้การออกแบบประสบการณ์และบริการเหมาะสมกับผู้เข้าร่วมแต่ละกลุ่มมากขึ้น

MarTech Solution Pitching ภายในงานยังเปิดพื้นที่ให้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีนำเสนอแพลตฟอร์มและ Digital Solution ที่เชื่อมเข้ากับระบบนิเวศไมซ์ของเชียงใหม่ พร้อมวัดผลทั้งด้านประสบการณ์ของผู้เข้าร่วม ประสิทธิภาพของผู้ประกอบการ และภาพลักษณ์ของเมือง

MarTech และ Data จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของ City Intelligence ที่ช่วยให้เชียงใหม่สามารถใช้ข้อมูลสนับสนุนการบริหารทรัพยากร การวางแผนตลาด และการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

Creative Lanna อัตลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างให้เชียงใหม่

หลายเมืองสามารถลงทุนในเทคโนโลยีหรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ลอกเลียนแบบได้ยากคืออัตลักษณ์ของพื้นที่ สำหรับเชียงใหม่ จุดแข็งดังกล่าวอยู่ในทุนทางวัฒนธรรมและองค์ความรู้ของล้านนา ซึ่งสะท้อนผ่านสถาปัตยกรรม งานฝีมือ การออกแบบ อาหาร ศิลปะ ดนตรี สุขภาวะ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตของผู้คน

แนวคิด Creative Lanna ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และเครือข่ายในพื้นที่ โดยนำองค์ความรู้และภูมิปัญญาล้านนามาต่อยอดด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ทำให้วัฒนธรรมไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นสิ่งที่อนุรักษ์หรือจัดแสดง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจร่วมสมัย

จุดแข็งนี้เชื่อมเข้าสู่อุตสาหกรรมไมซ์ได้โดยตรง

งานประชุมด้านการออกแบบสามารถเชื่อมโยงกับนักออกแบบ ช่างฝีมือ และชุมชนสร้างสรรค์ งานด้านอาหารเชื่อมเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นและ Gastronomy ของภาคเหนือ งานด้าน Wellness เชื่อมภูมิปัญญากับธรรมชาติและการดูแลสุขภาวะ ส่วน Incentive Travel สามารถออกแบบประสบการณ์ที่ให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้ ลงมือทำ และมีปฏิสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ ผู้เข้าร่วมจึงไม่ได้เพียงเดินทางมาชมเชียงใหม่ แต่ได้สัมผัสอัตลักษณ์ของเมืองผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับผู้คน ความรู้ และวิถีชีวิตจริง

Creative Lanna จึงไม่ใช่เพียงแนวคิดด้านวัฒนธรรม แต่เป็นหนึ่งในจุดแข็งของเชียงใหม่ในตลาดไมซ์ระดับนานาชาติ เพราะสร้างประสบการณ์ที่มีเรื่องราว มีความหมาย และแตกต่างจากจุดหมายปลายทางอื่น

Article image 3

Digital Nomad Hub เครือข่าย Talent ที่เชื่อมเชียงใหม่กับโลก

เชียงใหม่ยังมีจุดแข็งอีกด้านจากระบบนิเวศด้านดิจิทัล สตาร์ตอัป ผู้ประกอบการ ครีเอเตอร์ และกลุ่มคนที่สามารถทำงานจากที่ใดก็ได้

นโยบาย Northern Economic Corridor หรือ NEC Creative LANNA ให้ความสำคัญกับการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยมองภาคเหนือเป็นฐานของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมดิจิทัล เมืองนวัตกรรม สตาร์ตอัป และกลุ่ม Digital Nomad

สำหรับเชียงใหม่ Digital Nomad จึงมีความหมายมากกว่าภาพของชาวต่างชาติที่เดินทางมาพำนักและทำงานจากคาเฟ่หรือ Co-working Space

นักพัฒนา นักออกแบบ นักการตลาด ผู้ประกอบการเทคโนโลยี สตาร์ตอัป ครีเอเตอร์ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของ Talent Pool ที่เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์และดิจิทัลของเมือง

เครือข่ายเหล่านี้เชื่อมเข้าสู่อุตสาหกรรมไมซ์ผ่านงานประชุม Hackathon, Creative Conference, Technology Forum, Startup Event และกิจกรรม Knowledge Exchange โดยคนกลุ่มนี้สามารถมีบทบาททั้งในฐานะผู้เข้าร่วม วิทยากร ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้สร้างเนื้อหา ผู้ประกอบการ และผู้เชื่อมโยงธุรกิจระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ

เมื่อผสานกับมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการท้องถิ่น ธุรกิจสร้างสรรค์ และระบบนิเวศเทคโนโลยี เชียงใหม่จึงไม่ได้เป็นเพียงเมืองที่คนจากทั่วโลกเลือกมาทำงาน แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ดึงผู้คน องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และเครือข่ายนานาชาติเข้ามาหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจของเมือง

นี่คือคุณค่าของเชียงใหม่ในฐานะ Digital Nomad Hub ที่เชื่อมการใช้ชีวิต การทำงาน เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกัน

Article image 4

Creative Lanna และ Digital Nomad Hub สองจุดแข็งที่เสริมกัน

ความโดดเด่นของเชียงใหม่เห็นได้ชัดเมื่อ Creative Lanna และ Digital Nomad Hub ถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของระบบเมืองเดียวกัน

Creative Lanna คือรากของเมือง สร้างอัตลักษณ์ เรื่องราว และคุณค่าที่มีต้นกำเนิดจากพื้นที่

Digital Nomad Hub คือเครือข่ายที่เชื่อมเชียงใหม่กับผู้คน องค์ความรู้ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจระดับโลก

ด้านหนึ่งทำให้เชียงใหม่มีความแตกต่าง ขณะที่อีกด้านช่วยเชื่อมความแตกต่างนั้นเข้ากับโลกยุคใหม่

MICE ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่นำสองจุดแข็งนี้มาพบกัน ผ่านการประชุม งานแสดงสินค้า เวทีนวัตกรรม กิจกรรมทางธุรกิจ เทศกาลสร้างสรรค์ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และ Incentive Experience

งานด้านเทคโนโลยีสามารถเชื่อมกับผู้ประกอบการและ Digital Talent ในเมือง งานด้านการออกแบบเชื่อมกับ Creative Lanna งานด้านอาหารและ Wellness เชื่อมกับภูมิปัญญาและทรัพยากรของภาคเหนือ ขณะที่งานนานาชาติสามารถนำผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายจากทั่วโลกเข้ามาเชื่อมกับผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่ในพื้นที่

เชียงใหม่จึงแข่งขันด้วยทั้งความพร้อมด้านสถานที่และโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนศักยภาพของ Ecosystem เมืองที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และผู้คนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

Global MICE City ที่สร้างประโยชน์ให้คนในเมือง

คุณค่าของ Global MICE City ไม่ได้อยู่เพียงจำนวนงานหรือจำนวนผู้เดินทาง แต่รวมถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจและผู้คนในพื้นที่ อุตสาหกรรมไมซ์สร้างความต้องการต่อผู้จัดงาน บริษัทโปรดักชัน ผู้ให้บริการระบบภาพ แสง เสียง ธุรกิจขนส่ง ร้านอาหาร ผู้ผลิตสินค้า นักออกแบบ ช่างฝีมือ วิสาหกิจชุมชน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และบุคลากรรุ่นใหม่

การประชุม MICE City Summit 2026 ยังเน้นย้ำบทบาทของไมซ์ในฐานะกลไกสร้างรายได้และกระจายโอกาสจากระดับเมืองลงสู่เศรษฐกิจฐานราก ขณะที่เชียงใหม่ได้ร่วมลงนาม “ปฏิญญาเมืองไมซ์ของประเทศไทย” เพื่อบูรณาการทรัพยากร ความรู้ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน

ผลลัพธ์ของไมซ์จึงสะท้อนได้จากตลาดใหม่ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจท้องถิ่น อาชีพและทักษะใหม่ของคนรุ่นใหม่ โอกาสที่ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ห่วงโซ่การจัดงาน ตลอดจนองค์ความรู้และเครือข่ายที่ยังคงอยู่กับเมืองหลังจากงานสิ้นสุดลง

นี่คือการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ที่เชื่อมความสำเร็จของงานเข้ากับความสำเร็จของเมือง

Article image 5

เชียงใหม่ในบทบาท Trusted Gateway ของภาคเหนือ

ทิศทางของเชียงใหม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ TCEB ที่วางตำแหน่งประเทศไทยเป็น “Global Asia’s Trusted Gateway” หรือ “ประตูสู่เอเชียที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ” โดยมุ่งให้อุตสาหกรรมไมซ์สร้าง High Impact ต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าและยั่งยืน

TCEB ให้ความสำคัญกับ Data, Intelligence และนวัตกรรม การยกระดับมาตรฐานและความยั่งยืน การพัฒนาผู้ประกอบการ และการนำอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทยมาเป็นข้อได้เปรียบในตลาดไมซ์ระดับนานาชาติ

สำหรับเชียงใหม่ Trusted Gateway จึงมีความหมายมากกว่าการเป็นประตูสู่ภาคเหนือ

เชียงใหม่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมวัฒนธรรมล้านนากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชื่อมผู้ประกอบการท้องถิ่นกับตลาดโลก เชื่อม Digital Talent กับธุรกิจและอุตสาหกรรม และเชื่อมงานระดับนานาชาติเข้ากับองค์ความรู้ มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ และชุมชนของภาคเหนือ

บทบาทเหล่านี้ทำให้เชียงใหม่สามารถแข่งขันด้วย “คุณค่าของเมือง” ไม่ใช่เพียงราคา จำนวนห้องพัก หรือพื้นที่จัดงาน

จาก The Soul of Lanna สู่ The Pulse of the World

เชียงใหม่มีองค์ประกอบสำคัญของเมืองไมซ์ระดับนานาชาติอยู่ในระบบเมืองเดียวกัน ทั้งอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ เทคโนโลยี ธรรมชาติ เครือข่าย Digital Talent และโครงสร้างพื้นฐานด้านไมซ์

การประเมิน MICE City ในปี 2570 ช่วยยกระดับมาตรฐานและระบบบริหารจัดการของเมือง ขณะที่ MarTech และ Data เพิ่มประสิทธิภาพและช่วยให้เมืองเข้าใจตลาดได้ลึกขึ้น

Creative Lanna สร้างความแตกต่างจากรากทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ของพื้นที่ ส่วน Digital Nomad Hub เชื่อมเชียงใหม่เข้ากับผู้คน องค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายระดับโลก

สององค์ประกอบนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ “The Soul of Lanna, The Pulse of the World” ได้อย่างชัดเจน

The Soul of Lanna คือรากที่ทำให้เชียงใหม่มีตัวตน มีเรื่องราว และมีคุณค่าที่แตกต่าง

The Pulse of the World คือการเชื่อมตัวตนนั้นเข้ากับโลกของเทคโนโลยี ธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ และผู้คนจากนานาประเทศ

นี่คือจุดแข็งของเชียงใหม่ในการก้าวสู่ Global MICE City เมืองที่งานระดับนานาชาติสามารถเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมและผู้คน เมืองที่นักสร้างสรรค์และ Talent จากทั่วโลกเข้ามาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เมืองที่ธุรกิจท้องถิ่นเชื่อมถึงตลาดใหม่ และเมืองที่การเติบโตของไมซ์สร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจและชุมชนไปพร้อมกัน

เชียงใหม่มุ่งสู่การเป็น “เมืองแห่งการประชุมและอีเวนต์ระดับโลก” ที่สามารถดึงดูดนักธุรกิจ ผู้จัดงาน และผู้เข้าร่วมจากนานาประเทศ พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนเชียงใหม่อย่างยั่งยืน

Article image 6
Subscribe to TCEB
updates and stay informed about events, activities, and key announcements
* indicates required
or