ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Thailand Convention & Exhibition Bureau (TCEB)

ประเทศไทย: ระบบนิเวศแห่งอนาคตของ Humanoid และ Embodied AI

ประเทศไทยเป็นที่รู้จักมายาวนานในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนความแม่นยำสูง และระบบอัตโนมัติ แต่การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กำลังเปิดโอกาสให้ความสามารถเหล่านี้ถูกนำไปต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอีกขั้นหนึ่ง นั่นคือ Humanoid Robot และ Embodied AI ซึ่งไม่ได้ต้องการเพียงโรงงานประกอบหุ่นยนต์ แต่ต้องอาศัยระบบนิเวศที่เชื่อมตั้งแต่ชิ้นส่วนกลไก อิเล็กทรอนิกส์ ระบบขับเคลื่อน เซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ AI ผู้พัฒนาระบบ ไปจนถึงพื้นที่สำหรับทดลองและนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริง

ประเทศไทยเป็นที่รู้จักมายาวนานในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนความแม่นยำสูง และระบบอัตโนมัติ แต่การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กำลังเปิดโอกาสให้ความสามารถเหล่านี้ถูกนำไปต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอีกขั้นหนึ่ง นั่นคือ Humanoid Robot และ Embodied AI ซึ่งไม่ได้ต้องการเพียงโรงงานประกอบหุ่นยนต์ แต่ต้องอาศัยระบบนิเวศที่เชื่อมตั้งแต่ชิ้นส่วนกลไก อิเล็กทรอนิกส์ ระบบขับเคลื่อน เซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ AI ผู้พัฒนาระบบ ไปจนถึงพื้นที่สำหรับทดลองและนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริง

จุดที่น่าสนใจจึงไม่ใช่ว่าประเทศไทยจะกลายเป็น “ประเทศผู้ผลิตหุ่นยนต์” ในทันที แต่คือความสามารถในการนำฐานอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิมมาต่อยอดเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่ารูปแบบใหม่ จากฐานการผลิตชิ้นส่วน สู่ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ และจากการผลิต Hardware ไปสู่การเชื่อม Hardware เข้ากับ Software, AI, System Integration และ Real World Applications

นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนภาพจาก Made in Thailand ไปสู่แนวคิดที่กว้างขึ้นอย่าง Intelligence in Thailand

 

Article image 1

เครดิต: TECHSAUCE

 

จาก Manufacturing Base สู่ Embodied AI Ecosystem

Embodied AI แตกต่างจาก AI ที่ทำงานอยู่บนหน้าจอหรือระบบซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว เพราะปัญญาประดิษฐ์ประเภทนี้ต้องรับรู้สภาพแวดล้อม ตัดสินใจ และตอบสนองต่อโลกจริงผ่าน “ร่างกาย” ของเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ เทคโนโลยีจึงไม่ได้จบอยู่ที่โมเดล AI แต่ต้องทำงานร่วมกับระบบการเคลื่อนไหว การมองเห็น การจับวัตถุ การควบคุมแรง การประมวลผล และความปลอดภัยเมื่อต้องทำงานร่วมกับมนุษย์

สำหรับประเทศไทย ความได้เปรียบส่วนหนึ่งเกิดจากการมีฐานการผลิตที่รองรับเทคโนโลยีเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนโลหะความแม่นยำสูง ระบบส่งกำลัง อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ระบบ Automation และโรงงานที่มีประสบการณ์ด้านการผลิตตามมาตรฐานสากล

BOI ระบุว่าการลงทุนด้านชิ้นส่วน Humanoid Robot เป็นการต่อยอดจากฐานการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งอยู่เดิม และมีศักยภาพพัฒนาไปสู่คลัสเตอร์ด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงได้ในอนาคต

ประเด็นนี้สำคัญ เพราะ Humanoid Robot ไม่ได้เกิดขึ้นจากชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่ง หากต้องอาศัยผู้ประกอบการจำนวนมากตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การมี Supply Chain ที่สามารถผลิตชิ้นส่วนได้หลากหลายจึงเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา Ecosystem

จาก Automotive Supply Chain สู่ Humanoid Supply Chain

หนึ่งในเหตุผลที่อุตสาหกรรม Humanoid มีโอกาสต่อยอดในประเทศไทย คือองค์ความรู้หลายส่วนสามารถเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่แล้ว

รถยนต์สมัยใหม่ประกอบด้วยระบบขับเคลื่อน เซนเซอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ ระบบควบคุม และชิ้นส่วนที่ต้องการความแม่นยำสูง ในทำนองเดียวกัน Humanoid Robot ก็ต้องอาศัยความสามารถในหลายด้านที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากการควบคุมยานพาหนะไปสู่การควบคุมแขน ขา ข้อต่อ มือ และการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนมากขึ้น

จึงไม่น่าแปลกที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนบางรายซึ่งเดิมอยู่ใน Supply Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์ เริ่มขยายการลงทุนมายังชิ้นส่วนสำหรับหุ่นยนต์ด้วย BOI ระบุว่าโครงการที่ได้รับส่งเสริมครอบคลุมทั้ง Planetary Roller Screw, Robot Ball Screw, Actuator ตลอดจนชิ้นส่วนโครงร่างและข้อต่อของหุ่นยนต์ ซึ่งทั้งหมดเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบการเคลื่อนไหว

ในมุมนี้การเปลี่ยนผ่านไม่ได้หมายถึงการละทิ้งอุตสาหกรรมเดิม แต่คือการนำความสามารถที่สะสมมาแล้วไปต่อยอดสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าและความซับซ้อนทางเทคโนโลยีสูงขึ้น

 

Article image 2

 

เงินลงทุนใหม่กำลังวางฐาน Humanoid Cluster ในประเทศไทย

สัญญาณที่เห็นได้ชัดเกิดขึ้นในต้นปี 2569 เมื่อ BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุนของบริษัทจากจีน 5 ราย ได้แก่ Hangzhou Seenpin Electromechanical Transmission, Beite Technology, Sanhua Intelligent Drives, Tuopu Technology และ Xusheng Group สำหรับการผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Humanoid Robot ในประเทศไทย

เงินลงทุนระยะแรกรวมกันมากกว่า 10,000 ล้านบาท ครอบคลุมโรงงานในชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง โดยมีตั้งแต่ชิ้นส่วนส่งกำลังความแม่นยำสูง อุปกรณ์ควบคุมข้อต่อหรือ Actuator ไปจนถึงชิ้นส่วนโครงร่างของหุ่นยนต์ BOI คาดว่าโครงการเหล่านี้จะสร้างการจ้างงานบุคลากรไทยทักษะสูงมากกว่า 1,000 คน และมีการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศรวมมากกว่า 45,000 ล้านบาทต่อปี

ตัวเลขเหล่านี้มีความหมายมากกว่าการมีโรงงานใหม่เพิ่มขึ้น 5 แห่ง เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการนำกิจกรรมหลายส่วนของ Supply Chain เข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เมื่อผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญเริ่มเข้ามาตั้งฐาน ก็มีโอกาสดึงผู้ผลิตวัตถุดิบ เครื่องจักร ผู้ให้บริการ Engineering ระบบทดสอบ และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้ามาต่อเนื่อง

โดยเฉพาะเมื่อการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งมีฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ โลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว การพัฒนา Humanoid Supply Chain จึงไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากพื้นที่ว่าง แต่สามารถต่อยอดจาก Industrial Ecosystem ที่มีอยู่จริง

อย่างไรก็ตาม การมี Hardware เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะเรียกว่า Embodied AI Ecosystem

จาก Hardware สู่ Intelligence

ขั้นต่อไปของอุตสาหกรรมจึงอยู่ที่การทำให้หุ่นยนต์สามารถ “รับรู้ คิด และทำงาน” ในสถานการณ์จริงได้ หุ่นยนต์ยุคใหม่ต้องเชื่อมต่อข้อมูลจากกล้อง เซนเซอร์ และระบบควบคุมเข้ากับ AI เพื่อทำความเข้าใจสิ่งแวดล้อม วางแผนการเคลื่อนไหว ติดต่อกับมนุษย์ และปรับการทำงานให้เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ระบบนิเวศต้องขยายจากผู้ผลิตชิ้นส่วน ไปสู่บริษัทเทคโนโลยีผู้พัฒนา AI, Software Developer, System Integrator, Cloud Infrastructure, Data Platform และผู้ประกอบการที่สามารถนำหุ่นยนต์ไปทดลองใช้ในธุรกิจจริง

ในประเทศไทยเริ่มมีสัญญาณของกิจกรรมลักษณะนี้เช่นกัน ตัวอย่างหนึ่งคือการจัด AGIBOT Partner Conference 2026 Thailand ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีการเปิดตัวเครือข่ายพันธมิตรสำหรับการนำ Embodied AI และ Humanoid Robot ไปใช้งานจริงในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงการทำงานร่วมกับ System Integrator ในประเทศเพื่อพัฒนาโซลูชันตามลักษณะงาน

ตัวอย่างดังกล่าวควรถูกมองเป็นหนึ่งในหลายสัญญาณของตลาด มากกว่าการชี้ว่าระบบนิเวศของประเทศไทยขึ้นอยู่กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เพราะโจทย์ใหญ่กว่าคือการสร้างพื้นที่ให้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีหลายรายสามารถทำงานร่วมกับโรงงาน โรงพยาบาล ศูนย์บริการ โลจิสติกส์ ร้านค้า และธุรกิจประเภทต่าง ๆ เพื่อสร้าง Use Case ที่พิสูจน์ได้ในโลกจริง

 

Article image 3

เครดิต: AGIBOT

 

นี่คือจุดที่แนวคิด Intelligence in Thailand เริ่มมีความหมาย เพราะประเทศจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้นเมื่อไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะผลิตตัวหุ่นยนต์ แต่สามารถพัฒนา ทดสอบ เชื่อมระบบ และนำเทคโนโลยีไปใช้งานได้ด้วย

จุดแข็งไม่ได้อยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่อยู่ที่การเชื่อม Ecosystem

การแข่งขันในอุตสาหกรรม Humanoid และ Embodied AI จึงไม่สามารถวัดจากจำนวนโรงงานหรือจำนวนหุ่นยนต์เพียงอย่างเดียว ประเทศที่มีโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมนี้ต้องเชื่อมหลายองค์ประกอบให้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ Precision Manufacturing, Electronics, Semiconductor, Automation, AI, Software, Research, Talent ไปจนถึงตลาดที่พร้อมทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่

สำหรับประเทศไทย องค์ประกอบเหล่านี้ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับอุตสาหกรรมศักยภาพที่ TCEB ให้ความสำคัญ ได้แก่ ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Digital, AI & Intelligence Technology), เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Semiconductor & Smart Electronics) และการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่ TCEB ใช้ผลักดันจุดแข็งของอุตสาหกรรมไทยให้กลายเป็นข้อได้เปรียบในการดึงดูดงาน Business Events ระดับนานาชาติ

ความสัมพันธ์ระหว่างอุตสาหกรรมเหล่านี้ยังทำให้ Humanoid เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการเกิด Cross Industry Innovation เพราะหุ่นยนต์หนึ่งตัวอาจมีทั้งชิป เซนเซอร์ ระบบ AI ชิ้นส่วนจากอุตสาหกรรมยานยนต์ ซอฟต์แวร์ระบบควบคุม และเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงอยู่ในระบบเดียวกัน

ดังนั้น หากประเทศไทยสามารถสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ผลิต นักลงทุน นักวิจัย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้ใช้งานได้ต่อเนื่อง ความได้เปรียบจะไม่ได้อยู่เพียงต้นทุนการผลิต แต่จะอยู่ที่ความสามารถในการทำให้เทคโนโลยีหลายแขนงมาพบกันและเกิดเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่

เมื่อ Industry Ecosystem กลายเป็น MICE Ecosystem

นี่คือจุดที่เรื่อง Humanoid และ Embodied AI เชื่อมกลับมาสู่อุตสาหกรรม MICE อย่างชัดเจน ผู้จัดงานประชุมหรือนิทรรศการระดับโลกไม่ได้เลือกประเทศเจ้าภาพจากศูนย์ประชุมเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะงานด้านเทคโนโลยี ผู้เข้าร่วมต้องการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีอุตสาหกรรมจริง นักลงทุนจริง ผู้พัฒนาเทคโนโลยีจริง และโอกาสในการสร้างความร่วมมือหลังงานจบ

เมื่อประเทศไทยมีฐานด้าน Automotive, Electronics, Automation และ Advanced Manufacturing อยู่แล้ว และกำลังมีการลงทุนด้าน Humanoid Components, AI และ Embodied Robotics เพิ่มขึ้น เหตุผลในการเลือกประเทศไทยสำหรับงานด้าน Robotics และ Automation ก็มีน้ำหนักมากขึ้นตามไปด้วย

ภาพนี้เริ่มปรากฏในตลาด MICE แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Intelligent Asia Thailand 2026 ซึ่งเชื่อมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ PCB ระบบ Automation และ Smart Manufacturing เข้าด้วยกัน หรือกิจกรรมด้าน Automation และ Logistics Technology ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในประเทศไทย

หมุดหมายที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพ IEEE International Conference on Robotics and Automation 2030 หรือ IEEE ICRA 2030 เป็นครั้งแรก โดยคาดว่าจะมีนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมประมาณ 10,000 คนเดินทางมาร่วมงาน TCEB วางบทบาทของการประชุมครั้งนี้ให้เป็นมากกว่างานวิชาการ แต่เป็น Strategic Economic Platform ที่เชื่อมงานวิจัย เทคโนโลยี การลงทุน และอุตสาหกรรม Robotics, AI และ Automation เข้าด้วยกัน

 

Article image 4

 

การได้งานระดับนี้สะท้อนประเด็นสำคัญว่า Industry Ecosystem และ MICE Ecosystem สามารถสนับสนุนกันได้สองทาง เมื่อประเทศมีอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง ก็สามารถดึงงานเฉพาะทางระดับโลกเข้ามาได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน เมื่องานระดับโลกเดินทางเข้ามา นักวิจัย นักลงทุน ผู้ผลิต และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากหลายประเทศก็เข้ามาเห็น Ecosystem ของประเทศไทยด้วยตนเอง เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ การจับคู่ธุรกิจ และความร่วมมือใหม่ ซึ่งย้อนกลับไปช่วยเร่งการพัฒนาอุตสาหกรรมอีกครั้ง

งาน MICE สามารถเร่ง Ecosystem ได้อย่างไร

ประโยชน์ของงาน Robotics หรือ Embodied AI จึงไม่ได้อยู่เพียงจำนวนผู้เดินทางหรือรายได้จากการจัดงาน

สำหรับ Trade งานแสดงสินค้าสามารถเชื่อมผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับผู้พัฒนาหุ่นยนต์ ผู้ผลิตเครื่องจักร และผู้ซื้อจากต่างประเทศ

สำหรับ Investment การประชุมและนิทรรศการทำให้นักลงทุนสามารถพบหน่วยงานภาครัฐ นิคมอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และ Supply Chain ที่เกี่ยวข้องภายในทริปเดียว

สำหรับ Knowledge ประเทศไทยสามารถนำองค์ความรู้ด้าน Robotics, AI, Human Robot Interaction, Automation และ Safety Standards เข้ามาใกล้นักวิจัย วิศวกร และธุรกิจไทยมากขึ้น

และสำหรับ Talent การมีผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเดินทางมาร่วมงาน เปิดโอกาสให้นักศึกษา วิศวกร นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และบุคลากรไทยได้เรียนรู้และสร้างเครือข่ายกับอุตสาหกรรมโดยตรง

นี่คือเหตุผลที่ MICE ไม่ควรถูกมองเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากอุตสาหกรรมเติบโตแล้วเท่านั้น แต่สามารถเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเร่งให้ Ecosystem เติบโตได้ด้วย

จาก Made in Thailand สู่ Intelligence in Thailand

ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการสร้าง Humanoid และ Embodied AI Ecosystem และเส้นทางข้างหน้ายังต้องอาศัยทั้งการพัฒนาบุคลากร งานวิจัย โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล มาตรฐานความปลอดภัย การเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Supply Chain และการสร้าง Use Case ที่พิสูจน์คุณค่าของเทคโนโลยีในสถานการณ์จริง

MICE ไม่ได้เพียงนำ “คน” เข้าประเทศ แต่กำลังนำ “Knowledge” เข้าสู่ Ecosystem เมื่อประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติ งาน Convention, Business Forum, Exhibition หรือกิจกรรม Business Matching สิ่งที่เดินทางเข้ามาพร้อมกับผู้เข้าร่วมงานไม่ใช่เพียงเม็ดเงินจากการเดินทาง แต่ยังรวมถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี แนวคิดใหม่ เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ และโอกาสทางธุรกิจ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้แสดงให้เห็นทิศทางที่น่าสนใจ จากประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในการ “ผลิต” ไปสู่ประเทศที่มีโอกาสเข้าไปอยู่ในขั้นตอนของการ “พัฒนา เชื่อมระบบ ทดลอง และใช้งาน” มากขึ้น

ถ้าการผลิตชิ้นส่วนความแม่นยำสูงสามารถเชื่อมกับ Electronics และ Semiconductor หากโรงงานสามารถเชื่อมกับ Automation หาก Automation เชื่อมกับ AI และหาก AI สามารถถูกนำไปทดลองใช้จริงในภาคธุรกิจ ประเทศไทยก็จะไม่ได้สร้างคุณค่าจาก Hardware เพียงส่วนเดียว แต่สามารถขยับขึ้นไปอยู่ในห่วงโซ่คุณค่าที่ซับซ้อนกว่าเดิม

และเมื่อ Ecosystem เหล่านี้เติบโต ประเทศไทยก็มีเหตุผลใหม่ในการดึงดูดการประชุม นิทรรศการ การแข่งขันเทคโนโลยี การประชุมวิชาการ และ Business Events ที่เกี่ยวข้องกับ Robotics, AI และ Advanced Manufacturing จากทั่วโลก

ดังนั้น แนวคิด Thailand as an Emerging Humanoid & Embodied AI Ecosystem จึงไม่ใช่การประกาศว่าประเทศไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางหุ่นยนต์ของโลกแล้ว แต่คือการมองเห็นโอกาสจากจุดแข็งที่กำลังเชื่อมต่อกัน ทั้งฐานการผลิต เงินลงทุนใหม่ เทคโนโลยี บุคลากร การนำไปใช้งานจริง และแพลตฟอร์ม MICE ระดับนานาชาติ

จาก Made in Thailand ไปสู่ Intelligence in Thailand จึงอาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทย เมื่อความสามารถในการผลิตไม่ได้จบลงที่ชิ้นส่วน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่พร้อมทำงานในโลกจริง

เมื่อโลกกำลังมองหาจุดหมายสำหรับงานระดับนานาชาติ คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “ประเทศไทยมีสถานที่จัดงานที่ดีหรือไม่” แต่คือ “การมาจัดงานที่ประเทศไทย จะเชื่อมผู้เข้าร่วมเข้ากับอะไรได้บ้าง” คำตอบของไทยอยู่ที่ความสามารถในการเชื่อม MICE Industry และ Knowledge, Innovation และ Investment เข้าด้วยกัน

จากประเทศที่โลกเคยรู้จักในฐานะ Made in Thailand ประเทศไทยจึงกำลังก้าวสู่ Intelligence in Thailand โดยมีจุดหมายที่ไม่ได้เพียงสร้างสินค้าและบริการให้กับโลก แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คน ความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสจากทั่วโลกสามารถมาพบกันเพื่อสร้างสิ่งใหม่และเติบโตไปด้วยกัน

เพราะงานไมซ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ได้จบลงเมื่อ Event จบลง แต่สามารถทิ้งไว้ซึ่ง Knowledge, Connection, Collaboration และ Business Opportunity ที่เติบโตต่อได้ในระยะยาว

 

Article image 5

 

Subscribe to TCEB
updates and stay informed about events, activities, and key announcements
* indicates required
or