ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Thailand Convention & Exhibition Bureau (TCEB)

UNESCO Heritage as MICE Inspiration: จากมรดกโลกสู่ประสบการณ์ไมซ์ที่มีความหมาย

การเดินทางเพื่อเข้าร่วมงานไมซ์ในวันนี้ไม่ได้จบลงเมื่อผู้เข้าร่วมออกจากห้องประชุม สำหรับการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล การศึกษาดูงาน การประชุมองค์กร และกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นนอกสถานที่จัดงานมีบทบาทสำคัญไม่แพ้เนื้อหาบนเวที เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสเมือง เรียนรู้เรื่องราวของพื้นที่ พบปะผู้คน และสร้างความทรงจำร่วมกัน

การเดินทางเพื่อเข้าร่วมงานไมซ์ในวันนี้ไม่ได้จบลงเมื่อผู้เข้าร่วมออกจากห้องประชุม สำหรับการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล การศึกษาดูงาน การประชุมองค์กร และกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นนอกสถานที่จัดงานมีบทบาทสำคัญไม่แพ้เนื้อหาบนเวที เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสเมือง เรียนรู้เรื่องราวของพื้นที่ พบปะผู้คน และสร้างความทรงจำร่วมกัน

ประเทศไทยมีต้นทุนสำคัญจากแหล่งมรดกโลกของ UNESCO ที่กระจายอยู่ในหลายภูมิภาค ครอบคลุมทั้งเมืองประวัติศาสตร์ แหล่งโบราณคดี ศาสนสถานที่ยังคงมีบทบาทในวิถีชีวิต ตลอดจนผืนป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

มรดกเหล่านี้จึงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นแหล่งองค์ความรู้ เรื่องราว และแรงบันดาลใจที่สามารถเชื่อมเข้ากับการออกแบบประสบการณ์ไมซ์ได้อย่างมีความหมาย

หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การนำงานเข้าไปจัดในพื้นที่มรดกโลก แต่คือการนำคุณค่า เรื่องราว และบริบทของพื้นที่มาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ โดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ชุมชน กฎระเบียบ และความสามารถในการรองรับของแต่ละพื้นที่เป็นลำดับแรก

Article image 1

เครดิต: https://www.unesco.org/en/countries/th

9 มรดกโลกของไทย ถ่ายทอดเรื่องราวประเทศไทยในหลายมิติ

ข้อมูลล่าสุดของ UNESCO ระบุว่าประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลก 9 แห่ง ประกอบด้วยมรดกโลกทางวัฒนธรรม 6 แห่ง ได้แก่ นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานสมัยทวารวดีที่เกี่ยวข้อง ภูพระบาท และวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช

ส่วนมรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่–ห้วยขาแข้ง กลุ่มป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ และกลุ่มป่าแก่งกระจาน

ความหลากหลายของแหล่งมรดกโลกทำให้ประเทศไทยมีเนื้อหาสำหรับออกแบบประสบการณ์ไมซ์ได้หลากหลายตามบริบทของพื้นที่

ประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับเรื่องการค้า การทูต และพัฒนาการของเมือง ธรรมชาติเชื่อมกับความยั่งยืน การอนุรักษ์ และ ESG ขณะที่วัฒนธรรม อาหาร งานหัตถกรรม และวิถีชีวิตของชุมชนรอบพื้นที่ช่วยขยายการเรียนรู้จากตัวแหล่งมรดกไปสู่ผู้คนและเศรษฐกิจท้องถิ่น

World Heritage จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นเครื่องหมายรับรองคุณค่าของจุดหมายปลายทาง แต่เป็นต้นทุนสำคัญสำหรับการออกแบบ Meaningful MICE Experience ที่มีเนื้อหาและเรื่องราวเฉพาะของประเทศไทย

อยุธยา: จากเมืองหลวงเก่า สู่พื้นที่เรียนรู้เรื่องการค้าและการเชื่อมโลก

นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1991 และในช่วงที่รุ่งเรืองเคยเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญด้านการทูตและการค้าระหว่างประเทศ

สำหรับการออกแบบประสบการณ์ไมซ์ คุณค่าของอยุธยาไม่ได้อยู่เพียงการเยี่ยมชมโบราณสถาน แต่ยังอยู่ในเรื่องราวของเมืองที่เคยเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และเครือข่ายการค้าจากหลายส่วนของโลกเข้าด้วยกัน

Historical Learning Journey สามารถเชื่อมประวัติศาสตร์การค้า การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การทูต และการบริหารเมืองเข้ากับประเด็นร่วมสมัย ขณะที่โปรแกรม Incentive และ Team Building สามารถใช้การเดินหรือการปั่นจักรยานสำรวจเมืองเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และการสร้างประสบการณ์ร่วมกัน

TCEB นำเสนออุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำหรับนักเดินทางไมซ์ โดยเชื่อมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และการเยี่ยมชมโบราณสถานเข้ากับสถานที่ประชุม ที่พัก และกิจกรรมของชุมชนรอบเมือง รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางกิจกรรมไมซ์ในภาคกลาง

การออกแบบประสบการณ์ในลักษณะนี้แยกบทบาทของพื้นที่มรดกสำหรับการเรียนรู้ออกจากพื้นที่สำหรับการจัดงานอย่างชัดเจน ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าถึงคุณค่าของสถานที่ได้โดยไม่เพิ่มภาระต่อโบราณสถาน

Article image 2

สุโขทัย: ประวัติศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับชุมชนและงานสร้างสรรค์

เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1991 ครอบคลุมเมืองโบราณที่มีความสัมพันธ์กัน ได้แก่ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร โดย UNESCO ให้ความสำคัญกับคุณค่าด้านสถาปัตยกรรมและพัฒนาการทางวัฒนธรรมในช่วงแรกของอาณาจักรสุโขทัย

จุดแข็งของสุโขทัยสำหรับการออกแบบประสบการณ์ไมซ์ไม่ได้อยู่ที่โบราณสถานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับชุมชน งานหัตถกรรม อาหาร เกษตรกรรม และภูมิปัญญาที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน

TCEB นำเสนอสุโขทัยในฐานะพื้นที่ที่นักเดินทางไมซ์สามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ควบคู่กับกิจกรรมในชุมชน ทั้งการทำผ้าหมักโคลน การทำอาหารพื้นถิ่น และการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นรูปแบบประสบการณ์ที่เหมาะกับ Team Building และ Incentive Programme ที่เน้นการมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง

ประสบการณ์ลักษณะนี้ทำให้มรดกโลกไม่ได้แยกออกจากชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ผู้เข้าร่วมเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ ก่อนเชื่อมต่อไปสู่ผู้คน งานฝีมือ และวิถีชีวิตในพื้นที่ ทำให้เห็นว่าความรู้จากอดีตยังคงมีบทบาทต่อเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และชุมชนในปัจจุบัน

Article image 3

เขาใหญ่: เมื่อธรรมชาติกลายเป็นห้องเรียนเรื่อง ESG

สำหรับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ ESG ความยั่งยืน และสิ่งแวดล้อม มรดกโลกทางธรรมชาติของไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สร้างประสบการณ์แตกต่างจากการประชุมในรูปแบบทั่วไป

กลุ่มป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่เป็นพื้นที่มรดกโลกที่ครอบคลุมพื้นที่อนุรักษ์ต่อเนื่องขนาดใหญ่ และมีความสำคัญอย่างมากต่อความหลากหลายทางชีวภาพ โดย UNESCO ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์มากกว่า 800 ชนิด และยังมีบทบาทสำคัญในฐานะแหล่งต้นน้ำของประเทศไทย

สำหรับการออกแบบประสบการณ์ไมซ์ คุณค่าของพื้นที่อยู่ที่การนำธรรมชาติมาเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศ การจัดการทรัพยากร ความหลากหลายทางชีวภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม

Sustainability Learning Programme สามารถเชื่อมสิ่งที่ผู้เข้าร่วมเห็นและเรียนรู้จากพื้นที่จริงกลับไปสู่แนวคิด ESG ขององค์กร ทำให้ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงหัวข้อในห้องประชุม แต่เป็นเรื่องที่สัมผัสและทำความเข้าใจได้จากบริบทจริง

รูปแบบการเรียนรู้สามารถครอบคลุมการแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาดูงานด้านการอนุรักษ์ และกิจกรรมในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตหรือพื้นที่โดยรอบ โดยไม่จำเป็นต้องนำกิจกรรมขนาดใหญ่เข้าไปในเขตอนุรักษ์โดยตรง

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของ TCEB ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและ ESG ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ โดยเชื่อมมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน

Article image 4

แก่งกระจาน: จาก Team Building สู่ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ

กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นอีกพื้นที่สำคัญที่เชื่อมประสบการณ์ไมซ์เข้ากับการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพ

UNESCO ระบุว่าพื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณที่ระบบนิเวศและเขตการกระจายพันธุ์ของพืชและสัตว์จากหลายภูมิภาคมาบรรจบกัน ส่งผลให้มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และเป็นพื้นที่สำคัญต่อสัตว์ป่าหลายชนิด รวมถึงเสือและช้าง

ในบริบทของประสบการณ์ไมซ์ มรดกโลกทางธรรมชาติไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสนามสำหรับกิจกรรม แต่เป็นพื้นที่ที่สร้างความเข้าใจต่อคุณค่าของธรรมชาติและความสำคัญของการอนุรักษ์

ประสบการณ์จึงเน้นการเรียนรู้ การสร้างความตระหนัก และกิจกรรมที่ดำเนินภายใต้ข้อกำหนดของหน่วยงานดูแลพื้นที่ รวมถึงการเชื่อมต่อกับชุมชนและระบบบริการโดยรอบที่สามารถรองรับนักเดินทางได้อย่างเหมาะสม

เมื่อธรรมชาติถูกนำมาเป็นเนื้อหาของการเรียนรู้ กิจกรรมจึงมีความหมายมากกว่าการถ่ายภาพหรือเดินทางไปชมวิว เพราะผู้เข้าร่วมได้เห็นว่า ESG เชื่อมโยงโดยตรงกับระบบนิเวศ ทรัพยากร ชุมชน และวิถีชีวิตของผู้คน

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร: มรดกโลกแห่งใหม่ที่ยังคงมีชีวิต

เดือนกรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีมรดกโลกเพิ่มขึ้นเป็นแห่งที่ 9 เมื่อวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกโลกของ UNESCO ถือเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกในพื้นที่ภาคใต้ หลังจากการผลักดันและรอคอยมานานกว่า 10 ปี

คุณค่าของพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะสถาปัตยกรรม แต่สะท้อนผ่านความต่อเนื่องของศาสนา ประเพณี และวัฒนธรรมที่ดำเนินมาเป็นเวลายาวนาน โดย UNESCO ให้ความสำคัญกับบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาระดับภูมิภาค รวมถึงประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุและศิลปะการแสดงโนราที่เชื่อมโยงกับพื้นที่

สำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ มรดกโลกแห่งนี้เพิ่มมิติใหม่ให้กับ Cultural Learning Journey ของภาคใต้ ด้วยเรื่องราวที่เชื่อมศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม ประเพณี และวิถีชีวิตเข้าด้วยกัน

การออกแบบประสบการณ์ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ต้องตั้งอยู่บนความเคารพต่อสถานที่ ศาสนา และผู้คนเป็นสำคัญ

โปรแกรมการเรียนรู้จึงเน้นประวัติศาสตร์ ศาสนา งานศิลปกรรม ประเพณี และการพบปะผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ก่อนเชื่อมต่อไปสู่อาหาร ชุมชน งานหัตถกรรม และประสบการณ์อื่นของนครศรีธรรมราช

แนวทางนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัส Living Heritage ในฐานะมรดกที่ยังคงมีชีวิตและมีความหมายต่อผู้คนในปัจจุบัน โดยไม่ลดทอนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นเพียงฉากหนึ่งของการจัดกิจกรรม

Article image 5

จาก World Heritage สู่ Creative Cities

มรดกโลกและเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO เป็นคนละโครงการ แต่ในบริบทของอุตสาหกรรมไมซ์ ทั้งสองแนวคิดมีจุดร่วมสำคัญ คือการนำวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ องค์ความรู้ และอัตลักษณ์ของเมืองมาเป็นพลังในการพัฒนา

กรุงเทพฯ เป็นสมาชิก UNESCO Creative Cities Network ในสาขาการออกแบบมาตั้งแต่ปี 2019 และในปี 2023 ได้เป็นเจ้าภาพ Bangkok Creative City Dialogue ซึ่งเชื่อมตัวแทนเมืองสร้างสรรค์จากหลายประเทศเข้ามาแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการพัฒนาเมือง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และความร่วมมือระหว่างเมือง

กิจกรรมดังกล่าวมีผู้แทนจาก 22 เมือง 13 ประเทศเข้าร่วม โดยในช่วง Experience Sharing มีตัวแทนเมืองสร้างสรรค์ UNESCO 10 เมืองจาก 8 ประเทศร่วมแลกเปลี่ยนกรณีศึกษา

ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า “ความสร้างสรรค์ของเมือง” ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบของจุดหมายปลายทาง แต่สามารถเป็นทั้งเนื้อหาของการประชุม องค์ความรู้สำหรับการแลกเปลี่ยน และหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เมืองมีความโดดเด่นในฐานะเจ้าภาพ

เมืองที่รองรับงานไมซ์จึงไม่ได้มีเพียงศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดงาน แต่ยังมีองค์ความรู้ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ย่าน ศิลปิน นักออกแบบ และชุมชนที่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ได้

Article image 6

เครดิต: https://creativecity.cea.or.th/

จาก Sightseeing สู่ Learning Journey

การเชื่อม UNESCO Heritage เข้ากับประสบการณ์ไมซ์ก้าวไปไกลกว่าการเพิ่มโปรแกรม Sightseeing หลังการประชุม คุณค่าที่สำคัญอยู่ที่การทำให้พื้นที่แต่ละแห่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ และนำคุณค่าของพื้นที่ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาสร้างเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ไมซ์อย่างมีความหมาย

อยุธยา เปิดบทสนทนาเรื่องการค้า การทูต การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการเป็นเมืองนานาชาติ

สุโขทัย เชื่อมประวัติศาสตร์เข้ากับงานหัตถกรรม ภูมิปัญญา และวิถีชุมชน

เขาใหญ่และแก่งกระจาน เชื่อมผู้เข้าร่วมเข้ากับความหลากหลายทางชีวภาพ การอนุรักษ์ และ ESG

นครศรีธรรมราช ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ประเพณี ศิลปะ และ Living Heritage

เมื่อมรดกถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาการเดินทาง โปรแกรม Pre Tour, Post Tour, Incentive และ Study Visit จึงไม่ใช่เพียงช่วงเวลานอกห้องประชุม แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์และวัตถุประสงค์หลักของงานไมซ์

ผู้เข้าร่วมไม่ได้เพียงเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ แต่ได้กลับออกมาพร้อมความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับประเทศไทย ผู้คน และประเด็นที่เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ของงาน

ประโยชน์ไม่ได้เกิดกับผู้เข้าร่วมเพียงฝ่ายเดียว

เมื่อโปรแกรมไมซ์เชื่อมโยงกับมรดกและชุมชนอย่างเหมาะสม ประโยชน์จากการจัดงานสามารถกระจายออกไปสู่ระบบเศรษฐกิจรอบพื้นที่

ผู้ให้บริการนำเที่ยว มัคคุเทศก์ ผู้ประกอบการขนส่ง ร้านอาหาร ผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่น ช่างฝีมือ วิทยากรชุมชน และผู้ให้บริการกิจกรรมต่าง ๆ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ประสบการณ์ไมซ์

สำหรับผู้จัดงาน ประสบการณ์ที่มีเรื่องราวเฉพาะของพื้นที่ช่วยสร้าง Brand Experience และทำให้งานมีความแตกต่างและน่าจดจำมากขึ้น

สำหรับเมือง การเชื่อมผู้เข้าร่วมจากสถานที่ประชุมออกไปยังพื้นที่โดยรอบช่วยกระจายการใช้จ่าย เปิดพื้นที่ทางเศรษฐกิจให้กับจุดหมายปลายทางรองและชุมชน และทำให้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมไมซ์เข้าถึงผู้คนในวงกว้างขึ้น

แนวทางของ TCEB ให้ความสำคัญกับการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่น วัฒนธรรม อาหาร ชุมชน และองค์ความรู้ของพื้นที่มาเชื่อมกับประสบการณ์ของนักเดินทางไมซ์ทั่วประเทศ

การเดินทางหนึ่งครั้งจึงสร้างคุณค่าได้มากกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมหรือจำนวนคืนพัก เพราะคุณค่าถูกส่งต่อไปยังธุรกิจ ผู้คน และชุมชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ด้วย

มรดกโลกไม่ใช่ฉากหลังของงาน แต่เป็นสิ่งที่ต้องส่งต่อ

การเชื่อมมรดกโลกเข้ากับประสบการณ์ไมซ์มาพร้อมกับความรับผิดชอบในการรักษาคุณค่าของพื้นที่

การออกแบบโปรแกรมต้องพิจารณาความสามารถในการรองรับผู้เข้าร่วม กฎของพื้นที่ ช่วงเวลาที่เหมาะสม ผลกระทบต่อชุมชน การจัดการขยะ การเดินทาง และการป้องกันการรบกวนระบบนิเวศหรือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

พื้นที่แต่ละแห่งมีข้อจำกัดและรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน บางแห่งเหมาะกับการเรียนรู้เป็นกลุ่มขนาดเล็ก บางแห่งเหมาะกับการศึกษาดูงาน ขณะที่กิจกรรมหรือการประชุมขนาดใหญ่สามารถจัดในสถานที่ภายนอก และใช้มรดกเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการเรียนรู้แทน

โดยเฉพาะมรดกโลกทางธรรมชาติ ซึ่งคุณค่าหลักอยู่ที่ระบบนิเวศและการอนุรักษ์ การออกแบบกิจกรรมจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคุณค่าของพื้นที่ก่อนความสะดวกของโปรแกรม

เป้าหมายจึงไม่ใช่การนำผู้เข้าร่วมเข้าสู่พื้นที่ให้ได้มากที่สุด แต่คือการทำให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจพื้นที่ได้ลึกขึ้น พร้อมสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนและผู้ที่มีบทบาทในการดูแลรักษามรดกเหล่านั้น

จาก Heritage สู่ Legacy

มรดกโลกบอกเล่าเรื่องราวของสิ่งที่มนุษย์และธรรมชาติส่งต่อมาจากอดีต อุตสาหกรรมไมซ์ทำหน้าที่เชื่อมเรื่องราวเหล่านั้นเข้ากับผู้คนในปัจจุบัน และสร้างผลลัพธ์ที่สามารถส่งต่อไปยังอนาคต

การเดินทางสู่อยุธยาทำให้ผู้เข้าร่วมเห็นความเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับโลกผ่านประวัติศาสตร์การค้าและการทูต

การเรียนรู้ที่สุโขทัยเชื่อมผู้เดินทางเข้ากับช่างฝีมือ ชุมชน และภูมิปัญญาที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอยู่ในปัจจุบัน

ประสบการณ์จากเขาใหญ่และแก่งกระจานทำให้ประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การอนุรักษ์ และ ESG กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้จากพื้นที่จริง

การเดินทางสู่นครศรีธรรมราชทำให้ผู้เข้าร่วมมองเห็น Living Heritage ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี และชีวิตของผู้คน

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าประสบการณ์ไมซ์สร้างคุณค่าได้มากกว่าการเดินทางเพื่อเยี่ยมชมสถานที่ ความหลากหลายของมรดกโลก วัฒนธรรม ธรรมชาติ เมืองสร้างสรรค์ และชุมชน คือจุดแข็งของประเทศไทยในการออกแบบประสบการณ์ไมซ์ที่มีเรื่องราวและแตกต่างจากจุดหมายปลายทางอื่น

UNESCO Heritage as MICE Inspiration จึงไม่ใช่การนำงานเข้าไปจัดท่ามกลางมรดก แต่คือการนำคุณค่าของมรดกมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบงาน เชื่อมการเรียนรู้ ผู้คน จุดหมายปลายทาง และความรับผิดชอบเข้าด้วยกัน

จาก Heritage ที่ประเทศไทยได้รับการส่งต่อมา สู่ Legacy ที่อุตสาหกรรมไมซ์ร่วมสร้างและส่งต่อให้กับพื้นที่ ผู้คน และผู้เข้าร่วมในอนาคต

Article image 7

เครดิต: กรมศิลปากร

Subscribe to TCEB
updates and stay informed about events, activities, and key announcements
* indicates required
or